รู้หรือไม่ กินเค็ม อันตรายพอๆ กับมะเร็ง ทำให้ตายไวพอกัน

1320
แบ่งปัน

กินเค็ม มากไป โดยไม่รู้ตัว จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ก็ทำให้เรา มีโอกาสป่วยเป็นโรคไต และตายได้ภายใน 10 ปีนะครับ อันนี้ผมไม่ได้พูดเกินจริง หรือจะทำให้ทุกคนกลัวนะครับ แต่มันคือเรื่องจริง ที่กำลังเกิดขึ้น กับชีวิตประจำวันของเรา อยู่ ณ ตอนนี้ ทุกท่านรู้หรือไม่ว่า รสชาติเค็ม ของอาหาร จะทำให้ผู้ที่กินอาหาร รู้สึกอร่อย และเจริญอาหาร และนั่น เป็นที่มา ที่ทำให้ ทุกร้านอาหาร และแทบจะทุกเมนู เน้นการใส่เกลือ หรือ ผงชูรส ลงไปเยอะๆ เพื่อให้มีรสชาติที่กลมกล่อม เมื่อกินแล้ว จะไม่เลี่ยน และอยากกินอีกเพราะรู้สึกอร่อย และนั่นแหละครับ ที่เป็นที่มา ที่ทำให้ ร่างกายของเรา ได้รับเกลือ หรือโซเดียม ในปริมาณที่สูงเกินความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้ไต ซึ่งมีหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย ต้องทำงานหนักแบบสุดๆ โรคไต เป็นภัยที่ร้ายแรง ซึ่งจะเกิดขึ้น และแสดงผลออกมา ในระยะยาว ประมาณ 5 – 10 ปี รู้มั้ยครับ ว่าในเมืองไทยตอนนี้ มีผู้ป่วยเป็นโรคไต ไม่น้อยกว่า 8 ล้านคน โรคไต ร้ายแรง พอๆ กับมะเร็งนะครับ คือไม่สามารถรักษาได้ ต้องหาไตมาเปลี่ยน ซึ่งหายาก พอๆ กับงมเข็มในมหาสมุทร เป็นโรคไต ทรมานมากกว่าเป็นมะเร็งเสียอีก

อันตราย จากการ กินเค็ม มากไป โดยไม่รู้ตัว

คนที่เป็นโรคไต ต้องไปทำการรักษา ด้วยการฟอกไต ที่โรงพยาบาลแทบจะทุกวัน บางรายหนักมากๆ ต้องหาซื้อเครื่องฟอกไตที่บ้าน ซึ่งสุดท้ายแล้ว ก็จะส่งผลให้ไตเสื่อมลงเรื่อย และอาจจะเสียชีวิตในที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น ในกระบวนการฟอกไต มีโอกาสที่จะติดเชื้อ ซึ่งก็จะทำให้เสียชีวิตได้อีกเช่นกัน สรุปก็คือ ร้ายแรง กว่ามะเร็งเสียอีก มะเร็ง ยังมีเวลาให้ทำใจ หรือพอมีทางรักษาบ้าง แต่สำหรับโรคไตแล้ว ถือเป็นภัยเงียบ ที่มาแบบเงียบ เป็นแล้วตายภายในเวลาไม่ถึงปีนะครับ

ใช่ครับ ผมตั้งใจจะเอาความจริงเหล่านี้ มาทำให้ทุกท่านกลัว กลัวการ กินเค็ม เพราะผมเอง เมื่อก่อน ก็เป็นคนชอบกินเค็มมากๆ ตามสไตล์คนโบราณ ที่ต้องเอาน้ำปลา ราดข้าวสวยร้อนๆ ก่อนเสมอ เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก โดยที่ไม่รู้อะไรเลย ว่า การกินเกลือ หรือ โซเดียม เข้าไปในร่างกายมากๆ จะทำให้ไตพังเร็ว

เมนูแนะนำ  แหนมหมู เมนูอาหารที่ทำง่าย ใครๆ ก็ทำกินเองที่บ้านได้ ไม่เห็นต้องไปซื้อให้เสี่ยงรับสารตกค้างเลย

วัตถุดิบใดบ้าง ที่มีส่วนผสมของ เกลือ อยู่ด้วย

มีวัตถุดิบ ที่ใช้ในการทำอาหาร มากมาย มหาศาล ที่มีเกลือ เป็นองค์ประกอบ เพราะอย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว ว่าเกลือ เป็นตัวทำให้คนกิน รู้สึกอร่อย ดังนั้นจึงมีส่วนผสมมากมาย ที่ใช้เกลือเป็นส่วนผสมชูรสชาติหลัก ยกตัวอย่าง ได้แก่ ซีอิ๊ว, ซอส, ของหมักดอง, ซุปไก่/หมูก้อน, ไส้กรอก, หมูยอ, อาหารแห้ง, ปลาร้า, ฟาสฟู้ด, น้ำมันหอยและอื่นๆ อีกมากมาย

อันตรายจากการ กินเค็ม มีอะไรบ้าง

  • โรคไต อย่างที่ผมบอกไปแล้ว ไตจะเสื่อม และพังเร็ว ถ้าไตพัง ก็จบครับ ตายแน่นอน และถ้ายังไม่ตายทันทีจากอาการไตเสื่อม ก็อาจจะเสียชีวิตจาก การติดเชื้อในกระแสเลือด เพราะการรักษาไต ด้วยการฟอกไต จะมีแผลเปิดอยู่ตลอดเวลา มีโอกาสที่เชื้อจะเข้าไปในกระแสเลือดได้ง่าย
  • ความดันสูง อันนี้จะเกิดขึ้น ทุกครั้งที่กินเค็มเข้าไป ส่งผลให้มีความดันในเลือดสูง และส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้มากมาย ทั้ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

วิธีการ กินเค็ม อย่างปลอดภัย

จริงอยู่ว่า การที่เรา กินเค็ม นั้น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าไม่กินเค็มเลย ร่างกายก็จะขาดแร่ธาตุที่จำเป็นไป แต่สิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจ และมีสติ ระลึกถึงอยู่ตลอดเวลาก็คือ การควบคุม ปริมาณโซเดียม ที่เราจะกินเข้าไป โดยกระทรวงสาธารณสุข แนะนำไว้ว่า

ใน 1 วัน ไม่ควรกินเกลือ เกิน 1 ช้อนชา หรือเกลือประมาณ 2,000 มิลลิกรัม

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าเกลือ 1 ช้อนชา มันจะเอาไปวัด หรือเปรียบเทียบ กับอาหาร หรือวัตถุดิบ ที่ใช้ทำอาหารอย่างอื่น ได้อย่างไร ผมจะยกตัวอย่าง มาเพียงบางส่วนนะครับ

  • ซุปก้อน 10 กรัม มีเกลือ เป็นส่วนผสม เกือบ 1 ช้อนชา หรือโซเดียมประมาณ 1,700 มิลลิกรัม
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนใหญ่ (ช้อนกินข้าว) มีโซเดียมประมาณ 500 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ ¼ ช้อนชา
  • ซีอิ๊ว 1 ช้อนใหญ่ มีโซเดียมประมาณ 1,000 มิลลิกรัม หรือเกลือประมาณ ½ ช้อนชา
  • เต้าเจี๊ยว 1 ช้อนใหญ่ มีโซเดียมประมาณ 1,900 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ 1 ช้อนชา
  • ผักกาดดอง 100 กรัม มีโซเดียมประมาณ 1,000 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ ½ ช้อนชา
  • ปลาร้า 1 ช้อนใหญ่ มีโซเดียมประมาณ 1,600 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ ¾ ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนกินข้าว มีโซเดียมประมาณ 500 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ ¼ ช้อนชา
  • ขนมปัง 2 แผ่น มีโซเดียมประมาณ 250 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ 1/8 ช้อนชา
  • ไตปลา 1 ช้อน มีโซเดียมประมาณ 2,500 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ 1 ¼ ช้อนชา
  • ไส้กรอก 4 ชิ้นเล็ก มีโซเดียมประมาณ 200 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ 1/8
  • น้ำจิ้มสุกี้ 1 ช้อน มีโซเดียมประมาณ 600 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ ¼ ช้อนชา
  • ไข่เค็ม 1 ฟอง มีโซเดียมประมาณ 480 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ ¼ ช้อนชา
  • เฟร้นฟราย 60 กรัม มีโซเดียมประมาณ 220 มิลลิกรัม หรือเท่ากับ เกลือประมาณ 1/8 ช้อนชา
เมนูแนะนำ  อาหารคนเลือดกรุ๊ป บี (B) กินอาหารแบบไหน ถึงจะไม่อ้วนง่าย

วิธีการป้องกัน ไม่ให้ กินเค็ม มากเกินไป

  1. ชิมอาหารทุกครั้ง ก่อนกิน จะได้รู้ว่า เค็มไปหรือไม่ เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ แม้ว่าเราจะใส่ใจสุขภาพ แต่เรามักจะพลาด โดยการที่เรา กินเค็มมากเกินไป โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ต้องชิมดูก่อน ว่าเค็มไปหรือไม่ ถ้าเค็มไป ก็ให้กินน้อยหน่อย
  2. จดจำ หรือท่องเอาไว้อยู่เสมอ ว่าอาหารทุกอย่างในปัจจุบัน มีส่วนผสมของ โซเดียมแทบจะทุกเมนู ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ให้ทำกินเอง จะดีที่สุด เพราะสามารถควบคุมความเค็มได้ ตามร้านขายอาหาร เค้าไม่สนใจหรอกครับ เรื่องสุขภาพ เอาแค่ว่า ทำออกมาแล้ว อร่อย ก็พอแล้ว จะเค็มก็ไม่เป็นไร
  3. อย่าเอาขวด น้ำปลา หรือ ซอส หรืออะไรเค็มๆ ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะถ้าตั้งเอาไว้แล้ว ยังไงก็มีโอกาส ที่จะหยิบมาเติมใส่ในข้าว หรืออาหารแน่นอน ทางที่ดี เอาออกไปให้พ้นๆ จะได้ไม่หลงลืม จะดีที่สุดครับ
  4. อย่ากินอาหารฟาสฟู้ด หยุดกินไปเลยครับ ไม่ตายแน่นอน เพราะส่วนใหญ่แล้ว ฟาสฟู้ดเค้าจะใส่เกลือเยอะ กินแป็บเดียวจะรู้สึกคอแห้งทันที นั่นเพราะ โซเดียม เข้าไปในร่างกายเยอะครับ
    อย่ากินขนมที่ใส่ผงชูรสเยอะ พวกขนมเป็นซองๆ ทั้งหลายนั่นแหละครับ
  5. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อันนี้สำคัญมากๆ แค่ควบคุมปริมาณโซเดียม ที่จะเข้าไปในร่างกาย อย่างเดียวไม่พอ การออกกำลังกาย จะช่วยส่งเสริม ทำให้การทำงานของไต ดีขึ้นด้วยนะครับ
เมนูแนะนำ  อาหารคนเลือดกรุ๊ป โอ (O) กินแบบไหน ถึงจะแข็งแรง

ถ้าท่าน เป็นคนที่สนุก และมีความสุขกับการกินอาหาร และทำอาหาร ต้องใส่ใจสุขภาพนะครับ ไม่อย่างนั้น ท่านจะมีเวลาแค่แป็บเดียว ในชีวิต เพราะท่านอาจจะเสียชีวิตเร็ว เพราะไปเน้นความอร่อยมากเกินไป เมนูทุกเมนู ที่ผมแนะนำเป็นสูตรอาหาร มักจะมีการเอาเรื่องของ การดูแลสุขภาพ เข้ามาร่วมอยู่ด้วยเสมอ เช่น ผมจะแนะนำให้ใช้ น้ำมันรำข้าว แทนการใช้ น้ำมันพืช หรือน้ำมันปาล์ม และผมจะไม่กำหนดปริมาณการใช้เกลือ ในอาหาร เพื่อให้ทุกท่าน สามารถกำหนดเองได้ ว่าจะเอาเค็มแค่ไหน หรือจะไม่เอารสชาติเค็มเลยก็ได้ กินเค็ม เป็นเรื่องที่จำเป็น แต่ถ้ากินเค็มมากไป อาจจะตายได้ภายใน 10 ปีนะครับ