น้ำมันหมู ของดีที่คนไทยลืม ดีต่อสุขภาพและปลอดภัยที่สุด ดีกว่าน้ำมันพืชอีกนะ

1804
แบ่งปัน

แม่ครัว หรือพ่อครัว ส่วนใหญ่ มักจะเชื่อกันมาตลอดว่า น้ำมันพืช คือน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด มีข้อดีมากกว่า การใช้ น้ำมันหมู ในการทำกับข้าว มากมายหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของราคา และเรื่องของ กระบวนการผลิต ที่เรามักจะได้ยิน หรือรับรู้กันมาว่า มันกลั่นกันออกมาแบบสุดยอดมากๆ ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงแล้ว มันคืออะไร น้อยคนนักที่รู้ สำหรับผมเอง ก็เข้าใจแบบนั้นมาตลอด ทั้งๆ ที่ตอนเด็กๆ พ่อ แม่ ก็ทำกับข้าว โดยใช้น้ำมันหมู ทำให้กินมาตลอด แล้วมันก็หอม อร่อยมากๆ จนมาถึงวันนี้ ที่ตัวผมเอง มีคอเลสเตอรอล (ไขมันในเลือด) ในปริมาณที่สูง แม้จะลดอาหารที่มีไขมัน หรือลดเนื้อสัตว์ มากเท่าไหร่ มันก็ยังสูงอยู่ดี และถึงแม้จะเลือกใช้แต่ น้ำมันพืช ที่มีราคาสูงๆ อย่าง น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ระดับไขมันในเลือด ก็ยังไม่ลดต่ำลงอย่างที่ควรจะเป็นอยู่ดี มันเป็นเพราะอะไร ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ

น้ำมันหมู ดีต่อสุขภาพ แพงกว่าน้ำมันพืชนิดหน่อย แต่คุ้มนะ 

จนมาถึงวันนึง ที่แม่ของผม แนะนำว่า ทำไมไม่ลองกลับมาใช้ น้ำมันหมู ในการทำอาหารอีกล่ะ ผมก็เลยลองทำตามดู 2 เดือนผ่านไป ที่ผมใช้น้ำมันหมู ในการทำอาหารทุกอย่าง ระดับไขมันในเลือด ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือต้องบอกก่อนว่า ที่ผ่านมา ผมก็ควบคุมอาหารนะครับ และเมื่อเปลี่ยนมาใช้เป็นน้ำมันหมู ก็ยังควบคุมอาหารอยู่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยน มีเพียงชนิดของน้ำมัน ในการประกอบอาหารเท่านั้น ที่เปลี่ยนไป มันทำให้ผม มองเห็นอะไรที่ชัดเจนขึ้นหลายๆ อย่าง

เมนูแนะนำ  ฟู้ดเทพ เว็บไซต์ทำอาหาร ที่แตกต่างจากเว็บแจกสูตรอาหารทั่วๆ ไป
น้ำมันหมู ของดีที่คนไทยลืม
น้ำมันหมูที่ทำเอง ตามสไตล์ฟู้ดเทพ สะอาด ปลอดภัย เพราะทำจาก หมูปลอดสาร ที่เลี้ยงด้วยอาหารอย่างดี

การกินกับข้าว ที่ทำด้วยน้ำมันหมู จะรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า ไม่มันมาก แค่ดื่มน้ำตาม ก็หายมันคอแล้ว แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ใช้น้ำมันพืช มันก็จะยังรู้สึกเหนียวคอ เหนียวปาก จนต้องหาอะไรมากินล้างปาก อันนี้ผมสังเกตเอง มันแปลกมากจริงๆ

ในด้านความแข็งแรงของร่างกาย รู้สึกว่า ร่างกายแข็งแรงขึ้น อันนี้ก็แปลก ทั้งๆ ที่เป็น น้ำมันจากไขมันของหมู มันควรจะทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น แต่กลับไม่ใช่ อันนี้ก็แปลกอีกเหมือนกัน

จากที่ผมได้ลองศึกษาดู พบกว่า น้ำมันหมู มันมีจุดเดือดต่ำกว่า น้ำมันพืช หรือพูดง่ายๆ ว่ามันเหลว หรือไหลลื่น ดูดซึมได้ง่ายกว่า น้ำมันพืช ที่อุณหภูมิของร่างกายเรา นั่นเองครับ มันก็เลยลื่น ไม่ไปจับตามเนื้อเยื่อ หรือในลำคอ ให้รู้สึกเจ็บคอง่าย หรือ รู้สึกมันอะไรมากมาย อันนี้ ผมก็ว่าจริงนะครับ ลองทดสอบง่ายๆ เวลาทำกับข้าว พอเอาน้ำมันหมู ใส่ลงในกระทะ กระทะยังไม่ทันร้อน มันก็เหลวลื่นเป็นน้ำแล้ว พอมาเทียบกับ น้ำมันพืช ต้องรอให้กระทะร้อนจัดๆ จนควันขึ้น น้ำมันถึงเริ่มเหลวมากๆ เหมือนกับน้ำ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่ทำให้เห็นชัดว่า มันมีจุดเดือนที่แตกต่างกันมาก

ในเรื่องของรสชาติ และความอร่อยของอาหาร ถ้าคนเคยกินกับข้าว ที่ทำด้วยน้ำมันหมู จะรู้ว่า มันหอม และอร่อยมากกว่า น้ำมันพืช มากขนาดไหน อันนี้เทียบกันไม่ติดอยู่แล้วครับ

ถ้าจะให้ผมสรุปว่า น้ำมันหมู หรือ น้ำมันพืช อันไหนดีกว่ากัน อันนี้ผมคงจะฟันธงลงไปไม่ได้ เพราะแต่ละคน ก็มีรูปแบบการใช้ชีวิต และความชอบ ที่แตกต่างกันไป ผมแนะนำว่า ให้ไปอินเทอร์เน็ต แล้วไปศึกษา เกี่ยวกับ กระบวนการผลิตน้ำมันพืชกันเองดีกว่าครับ ว่ามันต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องเป็นโรงงาน และใช้เครื่องมือซับซ้อนแค่ไหน กว่าจะผลิตน้ำมันพืช ออกมาได้ แล้วมาเปรียบเทียบกับ น้ำมันหมูดูครับ แต่สำหรับผม ตอนนี้ ผมเลือกที่จะใช้แต่น้ำมันหมู อย่างเดียวครับ สบายใจที่สุด และดีต่อสุขภาพของผมมากที่สุด สมัยก่อน คนไทยโบราณ มีอายุยืน ร่างกายแข็งแรง น้ำมันที่ใช้ ก็เป็นน้ำมันหมู แต่พอมีอุตสาหกรรมจากต่างประเทศเข้ามา น้ำมันพืช ก็เริ่มเข้ามาตีตลาด ใช้เรื่องของ ราคาถูก ความง่าย ความสะดวก เข้ามาโปรโมท จึงทำให้คนไทยวส่วนใหญ่ ลืมน้ำมันหมูไปเลย จนถึงทุกวันนี้ ในครัวสมัยใหม่ของทุกบ้าน ก็ไม่มีน้ำมันหมูอีกแล้ว เพราะรู้สึกว่า มันยุ่งยาก และสกปรก แต่ผมบอกเลยนะครับ ในฐานะที่เป็นคนทำกับข้าวเหมือนกัน สภาพของครัว หลังจากที่เปลี่ยนมาใช้เป็นน้ำมันหมู สะอาดขึ้น เขม่าดำ หรือคราบดำน้อยลง เช็ดออกก็ง่าย ไม่ติดทนนาน เหมือนกับ น้ำมันพืช ของแบบนี้ ฟังแล้ว ไม่ต้องเชื่อผม แต่ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองดูครับ แล้วคุณจะรู้เอง

เมนูแนะนำ  แป้งท้าวยายม่อม คืออะไร แตกต่างอย่างไร กับ แป้งมันสำปะหลัง