สูตร บัวลอยไข่หวานโบราณ พร้อมวิธีทำแบบละเอียดยิบ

19970
แบ่งปัน

เมนู บัวลอยไข่หวานโบราณ ที่ผมนำมาแนะนำกันนี้ เป็นสูตรแบบโบราณจริงๆ เป็นของเดิมของไทยเราแท้ๆ แบบที่ไม่มีไข่เค็ม เนื้อมะพร้าวอ่อน หรืออะไรก็ไม่รู้ ใส่ลงไปปรุงแต่งกันจนแฟนซี เหมือนที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นสูตรที่หาได้ยากแล้ว เพราะขั้นตอนการทำ มีเยอะมากๆ และต้องพิถีพิถัน ในทุกขั้นตอน ก็อย่างที่รู้ๆ กันครับ คนไทยเราตั้งแต่โบราณ เน้นเรื่องความพิถีพิถัน ในเรื่องการทำอาหารยิ่งกว่าอะไร อย่างเมนูบัวลอยไข่หวานนี้ เค้าก็ทำกันเป็นวันๆ นะครับ พิถีพิถันกันขนาดนั้น แต่เราคงไม่ต้องเน้นทำกันละเอียดถึงขนาดนั้น เพราะสูตรที่ผมนำมาบอกนี้ ใช้เวลาแค่ 2 – 3 ชม. นับตั้งแต่ ขูดมะพร้าว ไปจนเสร็จเรียบร้อย ก็ได้ทานของอร่อยกันแล้ว ทำได้ไม่ยาก และหอม อร่อย เก็บได้นานด้วยครับ สำหรับไข่ที่นำมาใช้ สามารถใช้ได้ทั้ง ไข่ไก่ และไข่เป็ด ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว ไข่เป็ดอร่อยกว่าครับ แต่ต้องแยกขั้นตอนออกมานิดนึง เพราะมันมีความคาวกว่าไข่ไก่เยอะ

สูตรนี้ สามารถนำไปทำกินเองที่บ้าน หรือจะนำไปทำขายก็ได้ครับ แบบเดิมๆ ตามสมัยโบราณนี่แหละครับดีแล้ว อย่าไปทำแบบแฟนซีเลยครับ ความอร่อยต่างกันจริงๆ ถ้านำไปทำขาย รับรองได้ว่า รุ่งแน่นอน ที่สำคัญ ยังเป็นการสืบทอดสูตร ขนมไทยโบราณ ให้ยังอยู่ต่อไป จนถึงลูกหลานเราได้อีกนะครับ

วัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้

  • มะพร้าว
  • ไข่ไก่
  • แป้งข้าวเหนียว
  • แป้งข้าวเจ้า
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • เกลือ
เมนูแนะนำ  ทับทิมกรอบ กะทิสด ทำเองก็ได้ที่บ้าน ง่ายๆ ตามสูตรนี้เลย

ขั้นตอนการทำ บัวลอยไข่หวานโบราณ

  1. ขูดมะพร้าว อันนี้ถือเป็นขั้นตอนแรก ของเมนูขนมไทย แทบจะทุกเมนู คือ ต้องทำกะทิเองครับ
  2. เอามะพร้าวที่ขูดได้ มาคลุกเกลือนิดนึง นิดเดียวนะครับ อย่าเยอะ เดี๋ยวจะเค็มไป
  3. เมื่อคลุกเกลือเสร็จ ก็เอาไปนึ่งครับ ประมาณ 10 นาที
  4. เสร็จแล้วก็เอามาผึ่งให้เย็น
  5. จากนั้นเอามือลงไปนวดมะพร้าว ประมาณ 10 นาที (นวดก่อนคั้น) แล้วจึงเอาไปคั้น เอาหัวกะทิออกมา เสร็จแล้วเก็บหัวกะทิเอาไว้ครับ
  6. ต่อไปก็เอาน้ำต้มสุก ที่ยังอุ่นๆ ใส่ลงไปในเนื้อมะพร้าวที่คั้นแล้ว จากนั้นก็นวดประมาณ 10 นาที แล้วก็เอามาคั้น น้ำกะทิส่วนที่ได้นี้ เรียกว่า หางกะทิ
  7. ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำบัวลอย เอาแป้งข้าวเหนียว 150 กรัม ผสมกับแป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ ( ถ้าต้องการปริมาณมากกว่านี้ ก็คูณจำนวนเพิ่มขึ้นไปนะครับ) เติมน้ำอุ่นจัดๆ ลงไปนิดนึง แล้วนวดให้เข้ากัน จนแป้งไม่ติดภาชนะ และเนื้อแป้งขึ้นเงา ก็ถือว่า เป็นอันใช้ได้
  8. นำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ใหญ่นิดนึง ประมาณลูกละ 1 ซม. แล้วผึ่งไว้ให้แห้ง
  9. ติดไฟ ตั้งหม้อ ใส่หางกะทิลงไป
  10. ใส่น้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลทราย ต้มให้เดือด คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
  11. จากนั้นก็ใส่เม็ดบัวลอยลงไป ในน้ำที่ยังเดือดๆ นี่แหละครับ จนเม็ดบัวลอยสุก
  12. ตอกไข่ ใส่ลงไปในหม้อได้เลยครับ ไม่นานก็สุกครับ ประมาณ 3 – 4 นาที ไข่ก็สุกแล้วครับ ตักขึ้นเช็คดูได้ ว่าจะเอาไข่แดงสุกแค่ไหน เอาตามชอบเลยครับ ถ้าถูกใจแล้ว ก็ตักใส่ถ้วยขึ้นจากหม้อได้เลยครับ
  13. ราดด้วย หัวกะทิ ที่คั้นเอาไว้ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมทานแล้วครับ
เมนูแนะนำ  วิธีทำ ข้าวเหนียวหน้าสังขยา อร่อยมาก แต่อ้วนไม่รู้ด้วยนะ

เคล็ดลับสำคัญ ของเมนู บัวลอยไข่หวานโบราณ

  • การเอามะพร้าวที่ขูดแล้ว ไปนึ่งประมาณ 10 นาที ก็เพื่อฆ่าเชื้อโรค เพราะเนื้อมะพร้าวที่นำมาทำเป็นมะพร้าวสด และกระต่ายที่เอามาขูด อาจจะมีสนิม อันนี้เพื่อความปลอดภัยครับ รวมทั้งทำให้มีความชื้นในเนื้อมะพร้าว และทำให้สามารถคั้นเอาน้ำกะทิออกมาได้เยอะที่สุด และที่สำคัญ จะทำให้เก็บได้นานด้วยครับ ขนมที่ทำจะไม่เสียง่าย
  • บัวลอยที่ปั้นออกมา ต้องผึ่งให้แห้งจริงๆ ไม่อย่างนั้น เวลาใส่ลงไปต้มแล้ว จะทำให้เม็ดมันติดกันได้
  • วิธีสังเกตว่า เม็ดบัวลอยที่เราใส่ลงไปในหม้อ สุกหรือยัง ก็ดูง่ายๆ ครับ ถ้ามันลอยขึ้นมา ก็แปลว่า สุกแล้วครับ ซึ่งนี่ก็คือที่มาของชื่อ บัวลอย ครับ
  • สำหรับบางท่าน ที่ไม่มีไข่ไก่ หรือต้องการใช้ ไข่เป็ด ก็สามารถทำได้ แต่ต้องแยกออกมาต้มต่างหากนะครับ จะใส่ลงไปต้มในหม้อบัวลอย เหมือนกับไข่ไก่ไม่ได้ เพราะไข่เป็ด มีความคาวมาก โดยตั้งหม้อ ต้มน้ำเชื่อม ใช้น้ำ 1 ส่วน ต่อน้ำตาล 2 ส่วน ตามด้วย ขิงแก่จัด (เอาไว้ดับกลิ่นคาว) ลงไปต้ม พอน้ำเดือด ก็ตอกไข่เป็ดใส่ลงไป ใช้เวลาประมาณ 5 – 6 นาที กว่าจะสุก (ใช้เวลานานกว่าไข่ไก่) แล้วจึงตักขึ้นมาใส่ถ้วยบัวลอย ได้ครับ
  • น้ำตาลมะพร้าว ที่ต้องนำมาใช้ ต้องเป็น น้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ นะครับ ใช้แบบผสมหรือของเทียมไม่ได้ ต้องแท้ๆ จากสวน ถึงจะดีที่สุดครับ
เมนูแนะนำ  ซี่โครงหมูอบ วิธีทำพร้อมสูตร เมนูที่ทำแล้วทุกคนในบ้านจะต้องติดใจแน่นอน

หากท่านชื่นชอบ สามารถนำสูตรนี้ไปแชร์ แบ่งปัน หรือบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้เต็มที่เลยนะครับ เพราะสูตรอาหารไทย ก็มีไว้เพื่อคนไทยอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วยเครดิตที่มานิดนึง ว่ามาจากเว็บ ฟู้ดเทพ แห่งนี้ เพื่อจะได้ไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วยนะครับ แนะนำว่า ถ้าอยากจะแชร์ กดปุ่มแชร์ทาง Facebook ได้เลยครับ ง่ายและสะดวกดี

อย่าลืมกด LIKE เพื่อติดตาม สูตรอาหาร และเคล็ดลับเด็ดๆ ในการทำอาหาร ที่เพจ Foodtep.com กันด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาด เวลามีเมนูใหม่ๆ มาบอกสูตรกัน ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ